กรดเบส

สรุปเนื้อหา เรื่อง กรด – เบส

 –         สารที่ละลายในน้ำแล้วแตกตัวเป็นไอออนและนำไฟฟ้าได้ จัดเป็นสารอิเล็กโทรไลต์ ส่วนสารที่ไม่แตกตัวและไม่นำไฟฟ้า จัดเป็นสารนอนอิเล็กโทรไลต์

–         สารละลายที่มีไอออนและนำไฟฟ้าได้ เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ ส่วนสารละลายที่ไม่มีไอออนและไม่นำไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์

–         สารละลายที่นำไฟฟ้าได้ดี จัดเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์แก่ ส่วนสารละลายที่นำไฟฟ้าได้น้อยจัดเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์อ่อน

–         สารละลายที่นำไฟฟ้าได้อาจมีสมบัติเป็นกรด เบส หรือเป็นกลาง

–         ไอออนที่แสดงสมบัติของกรด คือ  H3O+ (ไฮโดรเนียมไอออน) ส่วนไอออนที่แสดงสมบัติของเบส คือ   OH  (ไฮดรอกไซด์ไอออน)

–         ทฤษฎี กรด- เบส อาร์เรเนียส 

กรด คือ สารที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวให้  H +  

เบส คือ สารที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวให้ OH 

–         ทฤษฎี กรด- เบส เบรินสเตด ลาวรี

กรด คือ สารที่ให้โปรตอนแก่สารอื่น

เบส คือ สารที่รับโปรตอนจากสารอื่น

–         ทฤษฎี กรด- เบส ลิวอิส

กรด คือ สารที่รับคู่อิเล็กตรอน

เบส คือ สารที่ให้คู่อิเล็กตรอน

–          สารบางชนิดให้และรับโปรตอนได้จึงเป็นได้ทั้งกรดและเบสตามทฤษฎี กรด-เบส เบรินสเตด ลาวรี

–         โมเลกุลหรือไอออนที่เป็นคู่ กรด-เบสกันจะมีโปรตอนต่างกันอยู่ 1 โปรตอน

–         กรดแก่และเบสแก่ แตกตัวเป็นไอออนในน้ำได้มากที่สุดหรือแตกตัวได้หมด เกิดการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว จัดเป็นอิเล็กโทรไลต์แก่

–         กรดอ่อนและเบสอ่อน แตกตัวได้น้อยหรือแตกตัวได้บางส่วน จัดเป็นอิเล็กโทรไลต์อ่อน ในสารละลายจึงมีโมเลกุลของสารเป็นส่วนใหญ่กับไอออนจากการแตกตัวเป็นส่วนน้อย และมีภาวะสมดุลเกิดขึ้นระหว่างโมเลกุลกับไอออน

–         ปริมาณการแตกตัวของกรดอ่อนและเบสอ่อน อาจบอกเป็นร้อยละหรือค่าคงที่การแตกตัวของกรดหรือเบส

–         ค่าคงที่การแตกตัวของกรดอ่อนและเบสอ่อน สามารถใช้เปรียบเทียบปริมาณการแตกตัวของกรดอ่อนหรือเบสอ่อน ใช้คำนวณหา [ H3O+]และ [ OH ] ในสารละลายกรดหรือเบส

–         ความสามารถในการแตกตัวของกรดหรือเบส คือความแรงของกรดหรือเบสนั้น กรดแก่หรือเบสแก่มีความแรงสูงกว่ากรดอ่อนหรือเบสอ่อน

–         น้ำแตกตัวได้เป็น H3O+ กับ OH  น้อยมาก ปริมาณการแตกตัวเป็นไอออนของน้ำขึ้นกับ อุณหภูมิ

–         ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส น้ำบริสุทธิ์แตกตัวให้ [ H3O+] และ [ OH ] อย่างละ 1.0 x 10-7  mol/dm และมีค่าคงที่การแตกตัวของน้ำเท่ากับ 1.0 x 10-14

–         การเติมกรดหรือเบสลงในน้ำเป็นการรบกวนภาวะสมดุลของน้ำ ทำให้ [ H3O+] หรือ [ OH ] เปลี่ยนแปลงสัดส่วนที่จะรักษาค่าคงที่การแตกตัวของน้ำให้เท่ากับ 1.0 x 10-14  เสมอ

–         การบอกความเป็นกรด- เบส ของสารละลาย อาจใช้ความเข้มข้นของ H3O+ หรือ OH  เป็นเกณฑ์ได้ แต่เพื่อความสะดวกนิยมระบุเป็นค่า pH ( Potential of Hydrogen ion )

–         เมื่อทราบความเข้มข้นของ H3O+ ในสารละลาย สามารถคำนวณหา pH  ของสารละลายได้โดยใช้ความสัมพันธ์        pH = – log [ H3O+]        

–         ในการบอกความเป็นกรดเบสของสารละลาย อาจบอกเป็น pOH ( Potential of Hydroxide ion )

pOH =  – log [ OH –]

pH + pOH  = 14

pH =  14 – pOH

–         pH ของสารละลายอาจวัดด้วยพีเอชมิเตอร์ กระดาษ pH หรือใช้อินดิเคเตอร์

–         สารละลายในสิ่งมีชีวิตจะมี pH เป็นค่าเฉพาะ ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย

–         ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบสเป็นปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนโปรตอนระหว่าง H3O+ กับ OH 

–         ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบส กรดหรือเบสกับสารบางชนิด จะได้ผลิตภัณฑ์ คือ เกลือกับน้ำ หรือเกลือเพียงอย่างเดียว

–         ปฏิกิริยาที่เกิดจาก H3O+ กับ OH – ได้ H2O เรียกว่า ปฏิกิริยาการสะเทิน

–         เกลือ เป็นสารประกอบไอออนิกซึ่งประกอบด้วยไอออนบวกกับไอออนลบ เกลือมีทั้งที่ละลายได้ในน้ำและไม่ละลายในน้ำ

–         เกลือที่ละลายในน้ำ บางชนิดเกิดปฏิกิริยากับน้ำได้สารละลายที่มีสมบัติเป็น กรด เบส หรือ เป็นกลาง ปฏิกิริยานี้เรียกว่า ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส

–         การไทเทรต เป็นกระบวนการหาปริมาณของสารในสารละลายตัวอย่างที่ทราบปริมาตร ซึ่งทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลายมาตรฐานที่ทราบความเข้มข้นและปริมาตรแน่นอน

–         จุดยุติ เป็นภาวะที่ถือว่ากรดและเบสทำปฏิกิริยาพอดีกัน จุดยุติอาจพิจารณาได้จากการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์

–         ภาวะที่กรดและเบสทำปฏิกิริยาพอดีกัน หรือภาวะที่ H3Oทำปฏิกิริยาพอดีกับ OH  ด้วยจำนวนโมลเท่ากัน เรียกว่า จุดสมมูล

–         จุดยุติและจุดสมมูลอาจเป็นภาวะที่ใกล้เคียงกันหรือภาวะเดียวกันได้ถ้าเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสม

–         อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมในการไทเทรต กรด – เบส  คือ อินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนสีในช่วง pH ตรงกับหรือใกล้เคียงกับ pH ของสารละลายของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกรดกับเบสคู่นั้น ๆ

–         ขณะไทเทรต กรด – เบส pH ของสารละลายจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อนำค่า pH ของสารละลายกับปริมาตรของกรดหรือเบสที่เติมลงไปมาเขียนกราฟ จะได้ กราฟของการไทเทรต

–         จุดสมมูลหาได้จากกราฟของการไทเทรต โดยแบ่งครึ่งช่วงที่ชันที่สุดของกราฟ

–         ณ จุดสมมูล สามารถบอกค่า pH และปริมาตรของสารละลายกรดหรือเบสที่เติมลงไปได้ โดยลากเส้นจากจุดสมมูลให้ตั้งฉากกับแกนตั้งและแกนนอนของกราฟ ตามลำดับ

–         การไทเทรตสามารถนำไปใช้หาปริมาณสารองค์ประกอบที่มีอยู่ในสารบางชนิดได้

–         สารละลายบางชนิดที่สามารถควบคุม pH  ไว้ได้เมื่อเติมกรดหรือเบสลงไปเพียงเล็กน้อย เรียกว่า สารละลายบัฟเฟอร์

–         สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่ประกอบด้วยกรดอ่อนกับเกลือของกรดนั้น หรือ เบสอ่อนกับเกลือของเบสนั้น หรือ ประกอบด้วยกรดอ่อนกับคู่เบสของกรดนั้น หรือประกอบด้วยเบสอ่อนกับคู่กรดของเบสนั้น และสารที่เป็นคู่กรดเบสนั้นจะต้องมีปริมาณมากพอทั้งคู่

–         สารละลายบัฟเฟอร์ประกอบด้วยโมเลกุลหรือไอออนที่เป็นคู่กรด-เบสกัน

–         ระบบบัฟเฟอร์ทั้งในธรรมชาติและในสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต

ที่มา http://school.obec.go.th/hsw_krumanz/chem3.3.htm

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s